6 มกราคม 2554

เพลงของช่วงเวลานั้น







Chiisana koi no uta 小さな恋のうた By Mongol 800


เพิ่งได้ดู series Operation Love จบไป ส่วนที่เราชอบมากที่สุดในเรื่อง คือ ช่วงชีวิตในโรงเรียนของตัวละคร รวมถึงมิตรภาพความเป็นเพื่อน สองสิ่งนี้รวมกันเป็นความทรงจำดีๆที่มีอยู่เต็มไปหมด เพลงนี้เป็นเพลงที่มีความหมายต่อ พระเอก และนางเอก ฉากที่เพลงนี้ดังขึ้นครั้งแรก เป็นฉากบอกความในใจซึ่งน่ารักมาก บางครั้งเราก็เคยอยากจะทำอะไรที่ลึกลับซับซ้อนแบบนั้นบ้าง แม้ว่าการบอกอย่างตรงไปตรงมาอาจจะดีกว่า และอีกฉากประทับใจที่เพลงนี้ดังขึ้นอีกครั้งในคืนวันส่งท้ายปี ทำให้เรานึกถึงวันเวลาดีๆกับเพื่อนๆ ขาดใครคนใดคนหนึ่งไป ก็ดูจะหงอยๆในวันที่ความเปลี่ยนแปลงเดินทางมาถึง 


ช่วงชีวิตที่สนุกสุดเหวี่ยง ช่วงชีวิตที่รู้สึกสุดใจ  ช่วงเวลาตอนนั้นมันดีจัง ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น แม้จะฟังไปโดยที่ไม่รู้หรอกว่าความหมายของเพลงคืออะไร 


ฟังเพลงนี้วนไปวนมาตลอดทั้งวัน เลยลอง search หาซะหน่อยว่า มันแปลว่าอะไร
มีคนแปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ว่า


In this wide universe, there is
A big world in a blue earth
A small memory of love will reach
You who are living in a small island

Time has passed since I met you
The letter with my piled up feelings increases
Without us realising, it is already echoing between us
Sometimes we’re full of intensity,
sometimes we’re full of sadness

These feelings echoes distantly
This gentle love song will change the world

Look, the person who is important to you
Is right beside you
I just want you to receive
This echoing love song
Listen, listen, listen to this echoing love song

You’ve realized even when we walked
In the dark, the moonlight will shine on us
I won’t let go of you hand
I swear that these strong feelings will last for eternity

In the depths of forever, I’ll definitely say
These same words without any change of feelings
Even if it’s still not enough, it’ll change into tears
And it’ll change into joy that I can’t put into words
I’ll just hold you, I’ll just hold you

Look, the person who is important to you
Is right beside you
I just want you to receive
This echoing love song
Listen, listen, listen to this echoing love song

If it’s a dream don’t wake up, if it’s a dream don’t wake up
The time I’ve spent with you will become an everlasting star

Look, the person who is important to you
Is right beside you
I just want you to receive
This echoing love song

Look, the person who is important to you
Is right beside you
I just want you to receive
This echoing love song
Listen, listen, listen to this echoing love song


From  http://wiki.d-addicts.com

3 มกราคม 2554

สวัสดีปีใหม่

"บางครั้งคนเราก็ต้องเลือกอะไรสักอย่างกับชีวิตของเรา อย่าไปกลัวกับการเลือก ถ้าคิดอย่างรอบคอบแล้ว ก็จงเลือกไป ถ้าผิดพลาด ก็ไม่ต้องโทษใคร และก็ไม่ต้องโทษตัวเอง ถ้าเลือกแล้วดี ก็ดีไป ถ้าผิดพลาดก็ไม่ต้องเสียใจและทุกข์ใจนานนัก แต่มันก็ต้องมีเสียใจบ้าง แต่ต้องกลับมาลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง จำไว้ว่ายังมีคนที่ห่วงใยแกอยู่ เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ถ้ามีปัญหาปรึกษาพี่ได้ทุกเมื่อ จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามที่ตัวเองปรารถนา และมีความสุขกับชีวิตประจำวันทุกวัน โชคดี หวังว่าคงจะมีโอกาสพบเจอกันใหม่"

พี่คนหนึ่ง ได้เขียนข้อความนี้ให้ในสมุดกระจกของเรา เมื่อ 8 ปีที่แล้ว จำไม่ได้แล้วว่าในช่วงเวลาตอนนั้น เราได้แลกเปลื่อนเรื่องอะไรกัน จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นทุกข์ใจเรื่องอะไร แต่จำได้ว่า ตอนนั้นข้อความเรียบง่ายนี้ อ่านแล้วรู้สึกดี และช่างมีพลังกับใจเราเหลือเกิน  วันนี้ได้เปิดอ่านข้อความนี้อีกครั้ง ในภาวะที่ช่วงชีวิตกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงหลายๆเรื่อง รู้สึกถูกเตือนสติจากถ้อยคำเรียบง่ายนี้อีกครั้ง หลักเวลาของขวบปีที่เลื่อนผ่านเข้ามา ฉันหวังใจกับตัวเองไว้ว่า ฉันคงจะเลือกและตัดสินใจ รวมถึงเดินก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลง ได้ดีกว่าที่ผ่านๆมา  ขอขอบคุณเจ้าของข้อความนี้ และ มิตรภาพจากทุกคนเมื่อเราได้โคจรมาเจอกัน

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

31 ธันวาคม 2553

คืนที่คิดถึง

ไม่ได้ร้องไห้เพราะสุขล้น
ไม่ได้ร้องไห้เพราะโศกเศร้า
แต่ร้องไห้ เพราะความคิดถึง

ไม่ได้คิดถึงเธอมานานมากแล้ว
นานจนหลายสิ่งหลายอย่างพร่าเลือน
แต่เมื่อมีบางอย่างสะกิดใจ
สิ่งที่ยังไม่คลี่คลายก็ย้อนกลับมา
ถ้าวันนั้น ไม่เป็นอย่างนั้น
วันนี้จะเป็นอย่างไร

ไม่ได้ต้องการอะไร แค่คืนนี้รู้สึก คิดถึง มาก...

24 ตุลาคม 2553

Drunk !

Kazami : "I feel like I'm drunk even though I haven't had any alchohol. Doesn't my voice sound strange to you?"

Sui : "You're drunk on your memories."

N.P. , Banana Yoshimoto

18 ตุลาคม 2553

New Start !!!

วันนี้ เริ่มงานใหม่ เป็นวันแรก
ยังต้องปรับตัว ปรับใจ อีกมาก
ต่อแต่นี้ต้องตื่นเช้า และหัดเขียนงานตอนกลางคืน
ต้องแบ่งเวลา ต้องมีวินัย และทำให้เรื่องเรียนสำเร็จไปด้วยให้ได้

งานที่ทำ เป็นงานที่เลือก ใช่ไม่ใช่ เราก็ไม่รู้
แต่ที่รู้ คือจะทำสิ่งที่เลือกให้ดีที่สุด
และสัญญากับตัวเองว่า จะยังคงทำ "สิ่งที่ชอบ" ไปพร้อมๆกับ "สิ่งที่เลือก"
จะชอบโน่น ชอบนี่ และจะทำไปเรื่อยๆ

บ่นนิดๆหน่อยๆ กับชีวิตประจำวันที่ต้องเปลี่ยน
่คงคิดถึง เสียงนกร้องยามสายข้างหน้าต่างที่บ้านน่าดู

12 ตุลาคม 2553

คิดเล่นๆ ถึงกล่องจดหมาย

คิดเล่นๆ ถึงยุคสมัยที่เราใช้ facebook กันอย่างหนักหน่วง
หากอยู่ๆวันหนึ่งเราตายไป หรือคนรอบข้างเราจากไป
facebook ของเรา หรือของเขาเหล่านั้น
อาจจะเป็นเหมือนกล่องจดหมาย
ที่ให้ใครๆฝากข้อความถึงเรา หรือเราฝากข้อความถึงเขา ในวันที่เราหรือเขาไม่อยู่แล้ว
แม้เรา หรือเขา จะได้อ่านหรือไม่ก็ตาม
และอาจจะเป็นอีกที่หนึ่ง ที่ทำให้เห็นร่องรอยของชีวิตที่ผ่านมา

ดูเศร้าๆยังไงไม่รู้เนอะ ไม่รู้สิ คิดเล่นๆเท่านั้น

4 ตุลาคม 2553

9 end 2 outs เพื่อน กับ ความรัก

เว้นให้ตัวเองพัก จริงจังสัก 3 วัน เลยนอนดูซีรี่ทั้งวี่ทั้งวันอย่างที่ใจอยากมานาน เพื่อนเราแนะนำซีรี่หลายเรื่อง แต่ท้ายสุดก็เลือกดูเรื่อง 9 end 2 outs ก่อนเรื่องอื่นๆ เพราะเป็นเรื่อง ความรักระหว่างเพื่อนที่สนิทกันมากๆ พล็อตแบบนี้ดูกี่ทีก็โดน :) ตามแบบฉบับประโยคสุดคลาสสิคจาก When Harry met Sally ว่า Men and Women Can Never Be Friends.


เมื่อรู้สึก "รัก" เรายังจะเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่า
แล้วมีทางออกใหม่ๆบ้างไหมสำหรับความสัมพันธ์แบบนี้
แค่คิดก็รู้ว่ามันยากมากๆๆๆ

9 end 2 outs เปรียบเปรย timingของความรัก ความสัมพันธ์ในแต่ละช่วงเวลา กับเกมส์การเล่นเบสบอล

ตัวละคร เพื่อนรัก ทั้งฝ่ายชายฝ่ายหญิง ทำให้เรารู้สึกได้จริงๆว่า สิ่งที่ยากเย็นเหนือสิ่งอื่นใด คือการถนอมรักษาสายสัมพันธ์มิตรภาพ 30 ปีที่รู้จักกันมา ในยามที่ความรู้สึกในใจเปลี่ยนไปมากกว่าเพื่อน
หากโชคดีที่รู้สึกเหมือนกัน ก็ต้องก้าวข้ามความกลัว เพราะดูเหมือนการเป็นเพื่อนจะยั่งยืนยาวนานกว่าการเป็นคนรัก
หากโชคไม่ดี ที่รู้สึกไม่เท่ากัน ก็ไม่รู้ว่าจะเก็บงำ หรือทำอย่างไรที่จะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ให้นานที่สุด
และมันยากที่จะปฏิเสธใจของเรา
เมื่อรู้สึกไปแล้ว ก็ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

ฉากที่เราชอบมากของซีรี่เรื่องนี้ คือ ฉากที่ นางเอกกับพระเอก นั่งคุยกัน กินเบียร์กัน ในพื้นที่ส่้วนตัวของทั้งสองคน (ซึ่งมีอยู่เต็มไปหมดในเรื่องนี้) สำหรับเราเวลาเหล่านั้นช่างเป็นเวลาที่ดี ปลอดภัย สบายใจสุดๆ ไม่ต้องมีเกราะกำแพงอะไรเลย และอบอุ่นใจที่มีคนที่เข้าใจเราดีคอยอยู่ข้างๆเสมอ

ดูแล้วก็อยากจะมีช่วงเวลาอบอุ่นปลอดภัยอย่างฮงนานนี นางเอกของเรื่องบ้าง :P



ไม่ใช่แค่เรื่อง ความรัก ของสองคนนี้เท่านั้นนะที่ทำให้เราชอบซีรี่เรื่องนี้ แต่ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของเพื่อนในกลุ่มของนางเอกพระเอก (2คนนี้อยู่กลุ่มเดียวกัน) ที่ผูกพัน และยังคบกันมายาวนานเป็นสิบปี ผ่านความทุกข์ ความสุข มาด้วยกันมากมาย แม้ว่าแต่ละคนจะออกเดินทางตามเส้นทางของตัวเอง แต่ก็ยังคงมีอะไรบางอย่างยึดโยงกันไว้อย่างแนบแน่น
และต่างสนับสนุน ความฝันของกันและกัน ทั้งยามสุขยามเศร้าในการเดินทางค้นหาความหมายของชีวิต
ดูแล้วก็ได้แรงบันดาลใจดีๆกลับมาด้วย
บทละครทำให้เรารักตัวละครทุกตัว และเฝ้าเอาใจช่วยให้ตัวละครเหล่านั้นพบความสุข

มีเรื่องบังเอิญที่โผล่มาในหนังแล้วเรากรี้ดสุดๆ คือ มีบทอยู่ตอนหนึ่งที่ตัวละครพูดถึงหนังเรื่อง Love Letter ของชุนจิ อิวาอิ และกล่าวถึงฉากที่นางเอกตะโกนถามภูเขา ซึ่งเป็นตอนที่เราชอบมากที่สุดในหนังเรื่องนี้ (ตอนดูฉากนี้น้ำตาไหลทุกที) ยังไม่หมด ยังมีอยู่อีกฉากนึงที่พูดถึงหนังสือเรื่อง Music of Chance ของนักเขียนที่เราชอบอย่าง Paul Auster ด้วย (เล่มนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย) ดูไปแอบตื่นเต้นไป ที่มีอะไรที่เราชอบโผล่มาเยอะแยะ


ฉันดูจบรวด 16 ตอน ภายใน 3 วัน ถึงขั้นเก็บเอาไปฝันต่อ


เฮ้ออ... ดูแล้วก็คิดถึงเพื่อนจังเลย :)