18 พฤษภาคม 2554

Flowers bloom in my heart

ตอนดูหนังเรื่อง"เพื่อนสนิท" มีฉากหนึ่งที่เปิดประตูเข้าไปในห้องสตูดิโอวาดรูปของไข่ย้อย แล้วในนั้นมีภาพวาดดอกไม้อยู่เต็มไปหมด ทำให้รู้สึกว่าอยากจะวาดดอกไม้ สวยๆ เยอะๆ ได้แบบนั้นบ้าง  จึงตั้งใจให้โจทย์ตัวเองไว้ว่าจะหัดวาดดอกไม้ : )

สำหรับเรา ดอกไม้ ไม่ง่ายเลย ถ้าใจร้อนสีจะช้ำได้ง่ายๆ แถมอาจเพี้ยนไปจากความตั้งใจเดิมหากใจเร็วปาดสี และเวลาวาดก็ยาก เพราะมือเราก็จะคุ้นชินกับลายเส้นเดิมๆในแบบของเรา ดอกไม้บางดอกใบไม้บางใบ เราวาดผิดแบบประจำ

ดอกไม้ส่วนใหญ่ของเรา เราวาดโดยดูแบบจากหนังสือ Painted Garden ของ Mary Woodin ซึ่งเป็นหนังสือที่สวยมาก เราเปิดดูได้ไม่มีเบื่อ เวลาเลือกแบบมาวาดก็จะพยายามดัดแปลง ปรับ composition ใหม่  ในมุมมองของเราเอง ซึ่งภาพในหนังสือก็จะช่วยได้มากในเรื่องแบบดอกไม้ และเป็น Guideline สำหรับโทนสี

สิ่งที่ชอบขณะวาดรูปคือ
อย่างแรกเลย ชอบที่ได้ลงมือทำ ซึ่งทั้งที่ชอบทำแต่มักขี้เกียจเริ่มต้นเสมอ
สอง คือชอบ ณ ขณะที่วาด มันเหมือนกับเราจมดิ่งไปอยู่กับสิ่งนั้น มีสมาธิมากๆ
สาม คือ เราชอบฟังเพลงไปด้วยขณะวาดรูป ทุกครั้งเราจะรู้สึกว่าวาดรูปกับเสียงเพลงมันเข้ากันมากๆเลย จะรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก
สี่ ชอบเวลาที่วาดเสร็จแล้ว แล้วมานั่งชื่นชมผลงานตัวเอง ดูซ้ำๆได้ไม่มีเบื่อ
ห้า ชอบเวลาที่มีคนมาร่วมชื่นชมภาพที่เราวาด : )  สิ่งนี้จะทำให้ยิ้มได้เสมอ

เอาดอกไม้มาให้ร่วมชมค่ะ : ) (บางรูปเคยนำมาลงใน Blog ไว้แล้ว แต่ขอลงซ้ำนะคะเพราะแสกนภาพมาใหม่ ชัดเจนกว่าเดิม)


My Flowers Collection 



















ตั้งใจไว้ว่าจะวาดไปเรื่อยๆ เพราะยังมีดอกไม้อีกมากมายที่ยังไม่เคยลองวาด แล้วจะนำมาให้ชมใหม่นะคะ หากมี comment ติชม ก็แนะนำมาได้นะคะ : ) ยินดีค่ะ

Let them bloom : )

16 พฤษภาคม 2554

เรื่องยาก

ท่าทีแบบเด็กเอาแต่ใจอย่างนั้น
จะให้ฉันกล้าพูดไปได้อย่างไร
แต่โทษเขา ก็ไม่ถูก
เป็นฉันเอง ที่ไม่กล้า
เป็นฉันเอง ที่ไม่ยอมพูดว่าต้องการสิ่งใด

เป็นแบบนี้บ่อยๆ มันทั้งเหนื่อยและรำคาญใจ
เหนื่อยกับเขาและเหนื่อยกับตัวเอง

สำหรับฉันมันก็ไม่ง่ายเท่าไหร่
แต่จะพยายาม
และหวังว่ามันจะง่ายขึ้นในสักวัน

1 พฤษภาคม 2554

ภาพที่ฉันยังจำได้ดี

some trip I didn't take any photo, but always remember...

เราไปทะเลกัน
เกาะแล้วเกาะเล่า หาดแล้วหาดเล่า
เหมือนเป็นการผจญภัย เราไปหาทุกสิ่งกันข้างหน้า

นั่งเรือยาวนาน เราอ่านหนังสือบ้าง งีบหลับบ้าง แล้วก็คุยกันหัวเราะกัน
เราติดฝน ที่เกาะแห่งหนึ่ง ฝนตกหนักมาก ฉันกังวลเล็กน้อย แต่เธอชวนเล่นน้ำฝน
เราขี่มอเตอร์ไซค์ ให้ลมให้แดดพัดใส่หน้า
สูดอากาศกันเต็มปอด วิวสองข้างทาง เดี๋ยวก็ป่า เดี๋ยวก็ทะเล
เราเดินเล่นริมหาด ฟังเพลง นั่งเล่นเกมส์ที่ระเบียงห้องพัก
กลางแดดร้อน ริมทะเล เรานอนหลับบนหาดทรายขาวละเอียด
บางวันก็ออกไปดำน้ำ หรือไม่ก็ลงไปเล่นน้ำทะเลเขียวเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
กลางคืน เรานั่งกินเบียร์ริมทะเล ฟังเสียงคลื่น รวมทั้งเธอฟังเสียงฉันพูดพร่ำเพ้อไม่หยุด
บางวันเรานิ่งเงียบ ไม่มีอะไรจะคุยกัน ต่างนั่งเหม่อมองทะเลในความเงียบ
เราต่างกลัวกันและกันจะเบื่อ แต่ก็หัวเราะเมื่อพบว่ากลัวสิ่งเดียวกัน 
ฉันมักนึกถึงหนังสือ เรื่องพันธุ์มหาบ้า แม้ว่าความสุดขั้วของเรายังห่างไกล

ฉันรักการเดินทางครั้งนั้น

ไม่ได้ถ่ายภาพสักภาพ แต่ฉันยังจำได้ดี

30 เมษายน 2554

ห้องอุ่นเย็น

ในช่วงเวลายามเช้า
เครื่องปรับอากาศถูกตั้งเวลาปิดไปตั้งแต่ตีห้า
ตั้งแต่นั้น ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศจะถูกขังอยู่ในห้อง
ห้องที่จะค่อยๆอุ่นขึ้นเรื่อยๆจากแสงอาทิตย์
ฉันชอบแช่ตัวเองอยู่ในไอเย็น ผสมความอุ่นๆนั้น
นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
จนกว่าแสงแดดจะไล่ไอเย็นหายไปจนหมด
ฉันเริ่มวันใหม่อีกครั้งหนึ่ง...

20 เมษายน 2554

ปัตตานี เมื่อปีที่แล้ว...

เมื่อช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา หน้าที่การงานนำพาให้ได้เดินทางไปที่ปัตตานีอยู่บ่อยๆ ไปหลายครั้งต่อปี แต่ก็แทบไม่ได้ไปไหนนอกจากเขตพื้นที่ที่ต้องทำงานคือในโรงแรม แต่ก็แอบหวังว่าลึกๆอยากจะหาโอกาสทำความรู้จักกับจังหวัดนี้ให้มากกว่านี้

กว่าจะได้ออกมาเที่ยวจริงๆ ก็ปาเข้าไปวันสุดท้ายของการทำงานในโครงการนี้เลยทีเดียว 2 ปีที่ทำงานมา ถือว่าเป็นปีที่ดี และเต็มไปด้วยเรื่องราวประทับใจใหม่ๆ เราโชคดีเหลือเกินที่แวดล้อมไปด้วย พี่ น้อง และอาจารย์ที่มีเมตตา และเป็น 2 ปีที่ช่วยขัดเกลามุมมองและทัศนคติในเรื่องต่างๆของเราด้วย ปัตตานีถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ในฐานะพื้นที่ฉากสำคัญของเรื่องราวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

การได้ทำความรู้จักผู้คน ได้เห็นว่าเขาอยู่กันยังไง ทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น มีความเข้าใจบางเรื่องมากขึ้น และรู้สึกว่าพื้นที่นี้มันมีเสน่ห์มาก

เพิ่งไปค้นเจอไฟล์รูป ที่คิดว่าหายไปแล้วกับคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า เลยพาย้อนกลับไปคิดถึงความทรงจำดีๆเมื่อปีที่แล้ว  เราถ่ายรูปไว้ไม่มาก แต่ก็ยังแอบดีใจที่ตอนนั้นไม่ขี้เกียจจนเกินไป เลยยังมีรูปเก็บไว้ให้ดูบ้าง : )



วิวจากหน้าต่างห้องนอน ที่ ซี เอส ปัตตานี


ซูมใกล้เข้ามาอีกนิด เหมือนอยู่เมืองนอกเลย



"มัสยิดกลาง" ยามโพล้เพล้



ลวดลายบนเงารั้ว มัสยิดกลาง




ได้มาแล้ว  "มัสยิดกรือเซะ"




มัสยิดเมื่อต้องแดด



ภายในมัสยิดที่เราไม่เคยรู้



รายละเอียดเล็กๆ



แพะเจ้าถิ่น นั่งนิ่งทำหน้าตลกให้เราถ่ายรูป




ระหว่างทาง...


ตอนนี้เราไม่ได้ทำงานนี้ต่อแล้ว แต่หวังไว้ว่าจะมีโกาสกลับไปที่ ปัตตานี อีกสักครั้ง
แล้วพบกันใหม่ : )

16 เมษายน 2554

ฝันไป...ในวันแดดจ้า

งีบหลับในวันที่แดดจ้า
ฉันฝัน...ถึงเธอ

มันเหมือนเรื่องจริงมาก
ทุกการเคลื่อนไหว คือเธอไม่ผิดเพี้ยน
ในฝัน เธอทำให้ฉันยิ้ม และกังวลใจ
เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
ที่เธอมักผ่านมา ฝากความอบอุ่น
และ จากไปพร้อมความกังวลใจของฉัน

แดดร้อน ทำให้ลืมตาตื่น
งัวเงีย ไม่แน่ใจ ว่านี่ความฝันหรือความจริง
ฉันนอนลืมตา ตั้งหลักอยู่นาน
เพื่อให้แน่ใจ ว่าเป็นเพียงฝันไป

ดีแล้ว ที่แค่ฝันไป...


14 เมษายน 2554

หลุม

เรามักจะตกหลุมพรางแบบเดิมๆ
หลุมแบบที่รู้ว่ายังไงก็ไม่สามารถอยู่ในนั้นได้ตลอดไป
เรามักจะรีบตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาจากหลุม
นั่งอยู่ปากหลุม มองลงไป และร้องไห้
มันเศร้าเกินไป...ที่เห็นความกลัวของตัวเองชัดเจน
มันเศร้าเกินไป...ที่รู้จักมันดีขนาดนั้น
มันเศร้าเกินไป...ที่เป็นอย่างนี้ซ้ำวน ครั้งแล้วครั้งเล่า
เราอ่อนแอเกินไปที่จะอยู่ในหลุม
แม้ว่าในนั้นจะแสนอบอุ่น
แม้จะรู้ว่า เมื่อปีนขึ้นมาเมื่อไหร่ เราจะต้องนั่งร้องไห้ก็ตาม