6 ตุลาคม 2552

คาถาปลอบโยนความอ่อนแอ

ขอยกตัวหนังสือของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล มาทั้งหน้า
ขอพึ่งเป็นคาถาท่องจำ ย้ำเตือนพร่ำสอนตนเอง ในวันที่จิตใจอ่อนแอ อ่อนล้า เพราะความพลัดพราก

จากหนังสือบุตรธิดาแห่งดวงดาว -- เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
ทะเลในสายฝน

ในห้วงนึก เธอปรารถนาเป็นหนึ่งเดียว และการแยกไปของใครคนนั้นทิ้งเธอไว้ไม่ครบถ้วน
แต่การจากไปของคนที่เธอรัก ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการจากไปของความรัก
เช่นเดียวกับละอองเมฆที่เดินทางออกจากท้องทะเล มันเป็นเพียงห้วงยามแห่งการเปลี่ยนแปลง
ถ้าในดวงจิตของเธอมีความรัก ความรักจะไม่มีวันหายไปไหน
เพียงแต่บางครั้ง เธอต้องอยู่กับความรักโดยลำพัง
ผ่านแดดเผาลมผ่าน เพื่อกลายเป็นสายฝนฉ่ำสำหรับใครอีกคน

ทะเลส่งเมฆให้ฟากฟ้า
ฟ้ามอบเมฆให้แผ่นดิน
แผ่นดินพาน้ำเมฆกลับทะเล
แล้วผู้ใดเล่าอาจเอ่ยว่านั่นคือการสูญเสียเลวทราม

ตลอดช่วงชีวิตของเราท่าน มีใครบ้างที่ไม่เคยพลัดพราก มีใครบ้างที่ไม่เคยกล่าวคำอำลา
ทว่ามีใครบ้างกี่คนที่จะรู้ว่าการพลัดพรากไม่มีจริง
ใช่หรือไม่ว่า เธอเลือกรู้สึก "พลัดพราก" กับบางคนที่ตัวเองอยากล่่ามร้อย
แต่ชาเฉยกับอีกหลายคนที่ผ่านพบ
ใช่หรือไม่ว่า การพลัดพรากเกิดขึ้น เพราะเธอไม่เคยอนุญาติให้ใครเข้ามาในใจเธอ
มีแต่ตัวเธอที่เฝ้าดูระยะใกล้ไกลของผู้อื่น

ในเมื่อเธอไม่เคยให้ใครเข้ามา
ความจริงย่ิอมไม่มีใครจากไป
เธอเพียงแต่คิดว่าผู้อื่นทิ้งเธอไป
ใจใดที่หวังจองจำใจอื่น...
ย่อมต้องถูกล่ามร้อยด้วยโซ่ตรวนเดียวกัน

ตรงกันข้าม
หากในใจเธอมีผู้อื่น มิว่าผู้ใดก็ไม่อาจจากไป
ทะเลไม่เคยตามหาเมฆฝนฉันใด
เธอไม่ต้องตามหาความรักฉันนั้น...
เธอคือความรัก และ ความรักคือเธอ

2 ความคิดเห็น:

ONLY OBSERVATION กล่าวว่า...

โชคดีจังที่ได้ผ่านมาอ่านบล็อกเอนทรีนี้ของจูน เราอ่าน "บุตรธิดาแห่งดวงดาว" จบไปนานแล้ว สงสัยตัวเองว่าทำไมครั้งนี้ไม่อิน สงสัยมันคงไม่ right time มั้ง ตอนนี้คิดว่าเข้าใจความรู้สึกนั้นแล้ว เรามักชอบคิดถึงเรื่องการพลัดพรากอยู่เสมอเหมือนเป็นซินแนริโอประจำหัว เพราะเราต่างหากที่ชอบคิดว่ามีบางคนทิ้งเราไป แต่ขณะเดียวกันเราเองก็เคลื่อนออกจากผู้คนรอบข้างอยู่เสมอเช่นกัน

kon klang klang กล่าวว่า...

เราก็ยังอินไม่เลิกซะที ภาพความพัดพรากแบบที่เราเคยชินมันทำร้ายน่ะ เลยกำลังทำความเข้าใจกับมันใหม่ มองภาพใหม่ๆ :)